แหล่งน้ำที่เหมาะสม
บทความ > การเลี้ยงปลาน้ำจืด > การเลือกสถานที่ขุดบ่อปลา
3. แหล่งน้ำที่เหมาะสม ควรเลือกบริเวณเขตชลประทานหรือใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ และไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมและแหล่งรับน้ำสัมพันธุ์กับขนาดของบ่อเลี้ยงปลาที่จะขุด สำหรับคุณสมบัติของน้ำที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงปลา ก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นคุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลามีดังนี้
-อุณหภูมิ เนื่องจากระดับน้ำของอุณหภูมิและความแตกต่าง ของอุณหภูมิของน้ำมีผลกระทบต่อกำลังการผลิตของบ่อสัตว์น้ำ เพราะอุณหภูมิมีส่วนสำคัญต่อขบวนการต่างๆภายในร่างกายของตัวปลา เช่น การกินอาหาร การสืบพันธุ์ การเคลื่อนไหว การหายใจ ปกติปลาในเขตร้อนชอบอาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส
-ความขุ่น ความขุ่นของน้ำตามธรรมชาติจากอินทรีย์สาร เช่น ตะกอน (Silt) และโคลนตมที่แขวนลอยในน้ำอันประกอบด้วยแพลงก์ ตอนสีเขียวเป็นสิ่งแสดงความอุดมสมบูรณ์ของอาหารธรรมชาติในบ่อ
ความขุ่นของน้ำอันเกิดจากตะกอนดิน หากมีมากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อปลาหรือทำให้แสงสว่างส่องลงไปได้ลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร ก็จะทำให้พื้นหรือแพลงก์ตอนพืชที่อยู่ใต้น้ำไม่เจริญเติบโต
-ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ มีความสำคัญในการเลี้ยงปลา เนื่องจากปลาต้องใช้ในการหายใจ น้ำจะได้รับออกซิเจนส่วนใหญ่ 2 ทาง คือ จากบรรยากาศที่อยู่ผิวน้ำ (มีออกซิเจนอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์) ละลายน้ำได้เพียงเล็กน้อยโดยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ ระดับความสูง และความเค็มของน้ำ และมีความเค็มสูง ออกซิเจนจะละลายน้ำได้น้อย แหล่งสำคัญของออกซิเจนในน้ำอีกทางหนึ่งคือ การสังเคราะห์แสงของพืช โดยเฉพาะแพลงก์ตอนพืช โดยขบวนการแสดงสังเคราะห์เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่ละลายน้ำแก่ปลาได้เป็นอย่างดี และเป็นการลด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่เหมาะ
ในกรณีที่มีปริมาณของแพลงก์ตอนพืชมากเกินไปในตอนกลางคืน แพลงก์ตอนพืชจะหายใจใช้ออกซิเจนทำให้ปริมาณลดลงต่ำ จนเป็น อันตรายต่อปลา สำหรับปริมาณของออกซิเจนที่ละลายในน้ำเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของปลามีค่าตั้งแต่ 3 ppm ขึ้นไป (ควรวัดในตอน เช้ามืดเนื่องจากเป็นช่วงที่ D.O. ต่ำสุดของวัน)
-ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำเป็นการวัดปริมาณของไฮโดรเจนไอออน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในสภาพแวดล้อมที่สัตว์น้ำอาศัยน้ำที่มีคุณสมบัติเป็นกลางมีค่า pH 7 การเพิ่มไฮโดรเจนไอออนทำให้ค่า pH ต่ำลง หรือเป็นกรด การลดไฮโดรเจนไอออนทำให้ค่า pH สูงขึ้น หรือเป็นด่าง
น้ำที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 6.5-8.5 ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เป็นน้ำที่เหมาะแก่การเลี้ยงปลามากที่สุด เพราะในน้ำเป็นด่างมากปลาจะตาย และหากเป็นกรดปลาจะไม่กินอาหาร อัตราการเจริญเติบโตลดลง และมีความต้านทานต่อโรคต่ำ อ่อนแอ และเป็นโรคได้ง่าย
-คาร์บอนไดออกไซด์ ตาธรรมชาติคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำได้มาจากบรรยากาศ การหายใจของพืชและสัตว์ และการเน่าสลายของอินทรีย์สาร โดยปลาจะหลีกเลี่ยงไม่อยู่ในน้ำที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ระดับสูงกว่า 5 ppm แต่บางชนิดสามารถอยู่ได้ในน้ำที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูงเกินกว่า 60 ppm แต่ทั้งนี้ต้องมีออกซิเจนในระดับที่พอเพียง ในวันหนึ่งๆปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จะสูง ในตอนกลางคืน และลดลงในตอนกลางวัน เนื่องจากถูกพืชนำไปใช้ในการสังเคราะห์แสง
-แก๊สแอมโมเนีย เป็นแก๊สที่มีพิษต่อปลา เกิดจากเศษอาหารที่หลงเหลือและมูลต่างๆที่สัตว์น้ำขับถ่ายออกมาเป็นอันตรายต่อสัตว์ หากความเข้มข้นไนน้ำเกิน 2 ppm จะส่งผลให้ กุ้ง ปลา เบื่ออาหาร และเคลื่อนไหวช้าลง หากเกิน 5 ppm จะทำให้ กุ้ง ปลาบางชนิดตาย นอกจากนี้ น้ำบาดาลก็เป็นแหล่งกำเนิดแอมโมเนียที่สำคัญเช่นกัน ปัจจุบันมีวิธีแก้โดยใช้ปูนขาวหรือเกลืออินออร์แกนิคบางชนิด ซึ่งสามารถดูดซึมการแตกตัวของแอมโมเนียได้เป็นอย่างดี
-ความเป็นด่างและความกระด้าง (Alkalinity) ความเป็นด่าง หมายถึงความเข้มข้นของสารประกอบพวกด่างที่มีอยู่ในน้ำ โดยมี
ปฏิกิริยาสมดุลกับแคลเซียมคาร์บอเนต
ระดับที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลาพบว่าค่าความเป็นด่างและความกระด้างอยู่ระหว่าง 20-300 หากต่ำกว่านี้สามารถทำให้เพิ่มได้ โดยใช้ปูนขาว โดยทั่วไปบ่อปลาที่มีน้ำเหมาะสมกับการเจริญเติบโต (Total Alkalinity) 100 ppm.
-ก๊าซไข่เน่า เกิดจากการหมักหมมและการเน่าสลายของอินทรีย์สารก้นบ่อ จะเกิดปัญหาในการเลี้ยงปลาที่มีการให้อาหารปริมาณมาก และมีอาหารตกค้าง และเป็นพิษต่อปลา โดยเฉพาะปลาที่อ่อนแอ มีภูมิต้านทานต่ำ แม้เพียง 0.1-0.2 ppm ก็ตายได้ ส่วนปลาที่แข็งแรง มีภูมิต้านทานสูง แต่ถ้าเกิน 1 ppm ก็จะมีอาการมึนงงและตายได้ ในการแก้ไข่เราสามารถทำได้โดยการตากบ่อ ลอกเลน และโรยปูนขาว ซึ่งช่วยลดปริมาณก๊าซไข่เน่าในบ่อได้
No comments